STEAM Education นวัตกรรมการศึกษาเพื่อเด็กยุคใหม่


ปัจจุบันโลกของเราเรียกได้ว่าเป็นโลกไร้พรมแดนโดยสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารสามารถทำได้อย่างสะดวก ความท้าทายที่เกิดขึ้นคือ จะทำอย่างไรกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและตลอดเวลา?


การศึกษาจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่พัฒนาคนเท่าทันทั้งความรู้และทักษะ เพื่อพร้อมสำหรับการเรียนรู้ในอนาคตต่อไป องค์การศึกษาและวิทยาศาสตร์แห่งสหประชาติ (UNESCO) (วิชัย วงษ์ใหญ่และมารุต พัฒผล,2557, น.1-2) ได้ประกาศเป้าหมายของคนในศตวรรษที่ 21 เพื่อเป็นทิศทางในการจัดการศึกษาให้กับประเทศต่างๆ นำไปใช้ในการวางแผนจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนให้เท่าทันโลกในปัจจุบัน



เมื่อการเรียนไม่ได้มีแค่ท่องจำ

สตรีมศึกษา หรือ STEAM Education เป็นแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่บูรณาการวิชาวิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี(Technology) วิศวกรรมศาสตร์(Engineering) ศิลปะ (Arts) และ คณิตศาสตร์ (Mathematics) เข้าด้วยกัน โดยเน้นให้ผู้เรียนเกิดความรู้ซึ่งสามารถนำไปพัฒนาตนเอง เพื่อให้เกิดทักษะในการแก้ไขปัญหา และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆในการดำเนินชีวิต


โดยมีปัจจัยสำคัญในการเรียนรู้ออกเป็น 3 ส่วน

  1. การนำเสนอสถานการณ์ (Presentation Situation) เป็นการนำเสนอบริบทที่เชื่อมโยงกับชีวิตหรือสถานการณ์ที่เป็นปัญหาในปัจจุบัน เพื่อให้เกิดความเข้าใจในปัญหา และให้มีข้อมูลพื้นฐานสำหรับการคิดในขั้นต่อไป

  2. การออกแบบอย่างสร้างสรรค์ (Creative Design) เป็นการกระตุ้นให้ผู้เรียนได้สร้างสรรค์ผลงานได้อย่างอิสระ โดยเน้นพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ และการสื่อสารผ่านกิจกรรม โดยก่อนที่ผู้เรียนจะออกแบบได้นั้น ต้องทำความเข้าใจและเห็นคุณค่าในสถานการณ์ดังกล่าว และค้นหาการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง

  3. การสร้างความจับใจ (Emotional Touch) เป็นการขยายขอบเขตของสิ่งที่ค้นพบและเน้นกระตุ้นให้ผู้เรียนมีความกระตือรือร้นในการแก้ไขปัญหา สร้างแรงจูงใจเมื่อแก้ไขปัญหาได้สำเร็จ นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีในการเรียนรู้ต่อไป

.

สรุปง่ายๆคือ การที่เราให้ผู้เรียนเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริงผ่านโปรเจค ทำให้เขาได้ต่อยอดพัฒนา ตั้งคำถาม แก้ไขปัญหา และ ทำงานเป็นทีม ทำให้เด็กๆสนุกไปกับบทเรียนแบบไม่ต้องท่องจำ STEAM Education สามารถเริ่มได้ตั้งแต่ระดับปฐมวัย (อายุ 3-5 ปี) พัฒนาไปเรื่อยๆตามวัยของผู้เรียนและความยากของตัวโปรเจค



ตัวอย่างการเรียนแบบ STEAM Education @ Beyond Code Academy

Creative Coding Adventure Chapter 1 (7 + years)


ได้เรียนรู้ภาษา Scratch หรือ Block-Based Programming ซึ่งเป็นภาษาที่ถูกพัฒนาเพื่อใช้สอน Coding สำหรับเด็กโดยเฉพาะ เด็กๆจะได้ฝึกเขียนโค้ดด้วยวิธีลากบล็อกมาวาง (Drag and Drop) ผู้ปกครองไม่ต้องกังวลถึงอุปสรรคการใช้ Keyboard ที่ในช่วงวัยนี้อาจจะยังไม่ถนัด หลังจากที่เชี่ยวชาญภาษา Scratch แล้ว เด็กๆสามารถสร้างเกมส์เล่นกับเพื่อน สร้าง Animation เล่าเรื่อง เสริมสร้างจินตนาการผ่านการเรียน Coding


ผ่านทักษะที่สำคัญคือ

  • เข้าใจพื้นฐานการเขียนโปรแกรม (Coding) เช่น Sequence, Fundamental Coding Blocks, Logic Structure

  • พัฒนาทักษะพื้นฐานการคำนวณ(Numeracy Skills) และ ทักษะการเขียน การอ่าน (Literacy Skills)

  • พัฒนาจินตนาการ (Creative Thinking Skills)





สนใจสมัครเรียนหรือขอคำปรึกษา ติดต่อเราได้ที่

Facebook Inbox

โทร: 09-9414-9777

Line: @beyondcode (https://lin.ee/yYW32sz)


อ้างอิง

https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jrcd/article/view/156426

https://www.longtunmom.com/steam/